ไฟฟ้าสถิต



ไฟฟ้าสถิต

       ไฟฟ้าสถิต หรือ Static electricity เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจากความไม่สมดุลของปริมาณประจุไฟฟ้าขั้วบวกและขั้วลบภายในวัสดุหรือบนพื้นผิวของวัสดุ ซึ่งประจุไฟฟ้าเหล่านั้นจะยังคงอยู่จนกระทั่งเกิดการเคลื่อนที่หรือมีการถ่ายเทประจุ (Electrostatic Discharge)

       โดยปกติวัสดุทุกชนิดจะมีปริมาณของประจุบวกและประจุลบอย่างละเท่า ๆ กัน แต่ถ้าหากมีการขัดถู สัมผัส หรือเสียดสีกันระหว่างวัสดุก็จะทำให้ประจุไฟฟ้าเกิดการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะในวัสดุประเภทที่ไม่นำไฟฟ้าหรือที่เรียกว่า ฉนวน เช่น การนำลูกโป่งมาถูกับเส้นผม จะทำให้เกิดการถ่ายเทประจุไฟฟ้า ทำให้เกิดความไม่สมดุลของประจุบวกและประจุลบ

  ประจุไฟฟ้า

       ประจุไฟฟ้ามี 2 ชนิด ได้แก่ ประจุไฟฟ้าบวกและประจุไฟฟ้าลบ แรงกระทำที่เกิดขึ้นระหว่างประจุไฟฟ้าแบ่งได้เป็น 2 ชนิดเช่นกัน ได้แก่

                 1.แรงดึงดูดกัน แรงกระทำระหว่างประจุต่างกัน


                 2.แรงผลักกัน   แรงกระทำระหว่างประจุเหมือนกัน


  กฎการอนุรักษ์ประจุ

       คือการทำให้วัตถุมีประจุไฟฟ้าด้วยวิธีต่างๆ แต่จะไม่ได้สร้างประจุขึ้นใหม่แต่เป็นการเคลื่อนย้ายประจุจากอีกที่หนึ่งไปอีกอีกที่หนึ่ง แต่ผลรวมของประจุจะเท่าเดิม การที่ทำให้วัตถุที่เป็นกลางทางไฟฟ้าเกิดประจุทำได้จาก การขัดถู การแตะสัมผัส หรือการเหนี่ยวนำ 
              • การขัดถู คือ การนำวัตถุ 2 ชนิดที่ต่างกันมาขัดสีกัน จะเกิดการแลกเปลี่ยนประจุ
              • การแตะสัมผัส คือ การนำวัตถุที่มีประจุมาแตะวัตถุที่เป็นกลางหรือมีประจุก็ได้การหาประจุหลังแตะ
              • การเหนี่ยวนำ คือ การนำวัตถุที่มีประจุมาเข้าใกล้วัตถุที่มีประจุหรือวัตถุที่เป็นกลางก็ได้หลังการเหนี่ยวนำแล้วประจุที่เกิดขึ้นจะชนิดตรงข้ามกับที่มาเหนี่ยวนำ

  การถ่ายเทประจุ

        การถ่ายเทประจุไฟฟ้า (Electrostatic Discharge) เป็นการที่ประจุไฟฟ้าบนผิววัสดุ 2 ชนิดไม่เท่ากัน ซึ่งเกิดจากความต่างศักดิ์ไฟฟ้า โดยหลังถ่ายประจุวัตถุทั้งสองจะต้องมีศักย์ไฟฟ้าเท่ากัน โดยประจุไฟฟ้ารวมจะยังเท่าเดิม

  กฎของคูลลอมบ์

       กฎของคูลอมบ์ (Coulomb’s Law) ขนาดของแรงระหว่างประจุไฟฟ้าทั้งสอง มีค่าแปรผันตามขนาดประจุแต่ละตัว และแปรผกผันกับกำลังสองของระยะห่างระหว่างประจุทั้งสอง โดยทิศทางของแรงที่ประจุกระทำต่อกันจะอยู่ในแนวเส้นตรงที่ลากเชื่อมต่อระหว่างประจุคู่นั้น ๆแรงกระทำระหว่างประจุชนิดเดียวกัน (บวกทั้งคู่ หรือ ลบทั้งคู่) เป็นแรงผลัก และมีทิศชี้ออกจากกันในแนวเส้นตรงที่เชื่อมระหว่างประจุทั้งสอง แรงกระทำระหว่างประจุคนละชนิดกัน (บวกและลบ) เป็นแรงดึงดูด และมีทิศทางชี้เข้าหากันในแนวเส้นตรงที่เชื่อมระหว่างประจุทั้งสอง

   

               F  คือ แรงกระทำ(นิวตัน)
               K คือ ค่าคงที่ของคูลลอมบ์ มีค่าเท่ากับ 9×10⁹(Nm²/C²)
         Q₁,Q₂ คือ ขนาดของประจุตัวที่ 1 และตัวที่ 2 ตามลำดับ (C)
               R  คือ ระยะห่างระหว่างประจุทั้งสอง (m) 

  สนามไฟฟ้า

        สนามไฟฟ้า (electric field) เป็นบริเวณที่มีแรงกระทำกับประจุทดสอบ สนามไฟฟ้าเป็นปริมาณเวกเตอร์มีทิศตามทิศของแรงกระทำต่อประจุบวกที่อยู่ในบริเวณที่มีสนามไฟฟ้าและมีขนาดเท่ากับขนาดของแรงเนื่องจากสนามไฟฟ้าที่กระทำต่อประจุหนึ่งหน่วย สนามไฟฟ้ามีหน่วยเป็นนิวตันต่อคูลอมบ์ (N/C)


ภาพแสดงสนามไฟฟ้าจากประจุต้นกำเนิด +Q
ที่มา : https://tuemaster.com

  เส้นสนามไฟฟ้า

       เส้นสนามไฟฟ้า เป็นเส้นที่ใช้แสดงทิศทางของสนามไฟฟ้า สนามไฟฟ้าจะมีทิศในแนวเส้นสัมผัส กับเส้นสนาม จํานวนเส้นสนามที่ทะลุผ่านพื้นที่ที่ตั้งฉากกับเส้นสนามแปรผันตรงกับขนาดหรือ ความเข้มของสนามไฟฟ้าในบริเวณนั้น บริเวณที่มีเส้นสนามอยู่ชิดกันมากจะมีค่าสนามไฟฟ้าสูง ข้อ ควรระวังคือเส้นสนามบอกทิศทางของแรงที่กระทํากับประจุทดสอบแต่เส้นสนามไม่ใช่เส้นทางการ เคลื่อนที่ของประจุ 

      คุณสมบัติของเส้นสนามไฟฟ้า
  • ประจุบวก : เส้นสนามไฟฟ้าพุ่งออก
  • ประจุลบ : เส้นสนามไฟฟ้าพุ่งเข้า
  • มีทั้งประจุบวกและประจุลบ : เส้นสนามจะพุ่งจากบวกไปลบ
  • เส้นสนามไฟฟ้าจะไปหยุดนิ่งที่ผิวของตัวนำทรงกลม ไม่พุ่งเข้าไปข้างใน

  จุดสะเทิน

     จุดสะเทิน เป็นบริเวณที่ไม่มีสนามไฟฟ้า เนื่องจากทิศทางของสนามไฟฟ้า 2 บริเวณขึ้นไป มีทิศทางตรงกันข้ามกัน และขนาดพอๆกันหรือขนาดพอดีที่ทำให้สนามไฟฟ้าหักล้างกันหมด  

  ศักย์ไฟฟ้า

       ศักย์ไฟฟ้า หรือ เรียกว่าศักดาไฟฟ้า คือระดับของพลังงานศักย์ไฟฟ้า ณ จุดใดๆ ในสนามไฟฟ้า จากรูป ศักย์ไฟฟ้าที่ A สูงกว่าศักย์ไฟฟ้าที่ B เพราะว่าพลังงานศักย์ไฟฟ้าที่ A สูงกว่าที่ B

ที่มา : https://physicspigpig.wordpress.com/81-2/

        ศักย์ไฟฟ้ามี ชนิด คือ ศักย์ไฟฟ้าบวก เป็นศักย์ของจุดที่อยู่ในสนามของประจุบวก และศักย์ไฟฟ้าลบ เป็นศักย์ของจุดที่อยู่ในสนามของประจุลบ

  ตัวเก็บประจุและความจุไฟฟ้า

        ตัวเก็บประจุ ( Capacitor ) เป็นอุปกรณ์ที่มีความสามารถในการเก็บประจุไฟฟ้า ซึ่งมีหลากหลายชนิดขึ้นอยู่กับการใช้งาน
       ความจุ ( Capacitance ) คือ ปริมาณประจุไฟฟ้า ที่ทำให้ตัวนำมีค่าศักย์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นหรือลดลง 1 หน่วย

ที่มา : https://tuenongfree.xyz

การต่อตัวเก็บประจุ

1.การต่อแบบอนุกรม คือ การนำขั้วบวก มาต่อกับขั้วลบของอีกตัวหนึ่ง ลักษณะคล้ายหางต่อกับหัว

ที่มา : https://tuenongfree.xyz

     การหาความจุรวม C เป็นไปตามสมการ

ที่มา : https://tuenongfree.xyz


2. การต่อแบบขนาน คือ การนำขั้วบวกมาต่อกับขั้วบวก ขั้วลบมาต่อกับขั้วลบ ลักษณะคล้ายกับ หัวต่อกับหัว หางต่อกับหาง
ที่มา : https://tuenongfree.xyz

      การหาความจุรวม C เป็นไปตามสมการ

ที่มา : https://tuenongfree.xyz

พลังงานสะสมในตัวเก็บประจุ

       พลังงานสะสมในตัวเก็บประจุ เป็นพลังงานที่ได้จากในการเคลื่อนที่ของประจุแล้วสะสมไว้ในตัวเก็บประจุนั้น โดยสามารถหาพลังงานได้จาก พื้นที่ใต้กราฟ QV

ที่มา : https://tuenongfree.xyz




ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

นายวิสญา อินสว่าง 6/3 เลขที่ 7